Translate

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

“ อุดรูรั่วให้ชีวิต....ด้วยความพอเพียง “


****.......บ้านก็ไม่ต้องเช่า ...ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ ...อยู่วัดหนองปรือ ไม่ได้เสียสตางค์ ฮ่า ๆๆ......*** พ่อร้องเพลง แล้วก็หัวเราะ เอิ๊ก ๆๆ
โฟกัส..... เพลงอะไรพ่อ อยู่วัดหนองปรือ... ไม่ได้เสียสตางค์ ??
พ่อ.........ก็กินข้าววัดไงลูก ไม่ต้อง ซื้อข้าว ทำนา ปลูกผักไง ฮ่า ๆๆๆ
โฟกัส.....พ่อก็ว่าไปโน้น ฮ่า ๆๆ
พ่อ......“ ผักเราปลูกกินเอง... ข้าวเราก็ทำนากินเอง... ปลาเราก็เลี้ยงกินเอง สบายไหมละโฟกัส สวนพ่อ.... เอิ๊ก ๆๆ “
โฟกัส.......จริงซิพ่อ แต่ต้องปลูก ต้องทำ ถึงจะมีกินใช่ไหมพ่อ
พ่อ.........ใครบอก ไม่ทำก็มีกินลูก แต่ต้องใช้เงินซื้อกินไง แล้วก็ซื้อ ๆๆ ไปทั้งชีวิต....แม้แต่ตายไปแล้วก็ยังต้องซื้อเลย
โฟกัส......ตายแล้วยังต้องซื้อยังไงพ่อ
พ่อ.........ก็ซื้อโลงศพ ใส่ตัวเองไงลูก ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆ
โฟกัส.......งั้นเอาลงถังหมักทำปุ๋ยดีไหมพ่อ ไม่ต้องซื้อโลงศพประหยัดดี ฮ่า ๆๆ
พ่อ ...โฟกัส ฮากระจาย เอิ๊ก ๆ
........หลาย ๆ คนคงสงสัยว่า ผมทำเรื่องพอเพียงจริง ๆ หรือ ตอบให้เลยก็ได้ ว่าทำจริง ๆ แต่เป็นความพอเพียงที่ไม่เหมือนชาวบ้านเขา เพราะ ต้องปรับให้เข้ากับยุคสมัย เข้ากับตัวเองให้มากที่สุด....คุณเชื่อไหมว่า การหาเงินให้มาก ๆ นั้นไม่ถูกต้อง มันเป็นวิธีที่ทำให้คนลืมไปว่าความเป็นคน มันเป็นเช่นไร อ้าว !! ไม่หาเงินให้มาก ๆ แล้วจะทำไง ถึงจะรวย ถึงจะมีความสุข.. มาดูกัน
........ ไม่ต้องจ่ายไง เอ๊ะ !! ยังไงไม่จ่าย....ก็ ลด ละ เลิก ยังไงละ มาใช้วิชา เลข ป. 4 ที่สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตพอเพียงกันดูนะครับ ว่า ทำไมผมถึงเหลือ ๆ ทำไมผมถึงลั้นล้า ทำไมผมถึงไม่ต้องขาย ทำไมผมถึง ได้แจก ได้แบ่งปันได้ ตามโจทย์ปัญหาชีวิต กันที่ละข้อเลยแล้วกันครับ
1.ค่าเหล้า....สมมุติ คิดเล่น ๆ แค่ สุรา 40 ดีกรี ขวดเล็ก 50 บาท ถ้าคน ๆ หนึ่งกินวันละ 1 ขวด ขวลละ 55 บาท 1 เดือนเขาจะต้องเสียค่าเหล้า เดือนละ 1650 บาท 1 ปี จะเสียค่าเหล้า เสียเงินสะสมโรค สะสมตับแข็ง สะสมมะเร็งตับ สะสมโอกาสเกิดอุบัติเหตุ ตั้งปีละ 19,800 บาท ( แต่ผมไม่เคยต้องจ่าย...เหลือละ เงิน 19,800 บาท /ปี )
2.ค่าบุหรี่ 1 ซอง คิดเล่น ๆ แค่ ซองละ 50 บาท สูบ 1 ซอง / วัน ก็พอเอาแค่เผาปอดแบบนิด ๆ นะเนี้ย 1 เดือน เสียค่าบุหรี่ 1500 บาท/เดือน 1 ปี เสียค่าเผาปอด สะสมโรคมะเร็ง ถุงลมโป่งพอง และอื่น ๆ ตั้งปีละ 18,000 บาท ( แต่ผมไม่เคยต้องจ่าย...เหลือละ เงิน 18,000 บาท /ปี )
3.ค่าหวย ล็อตเตอรรี่ คิดเล่น ๆ แค่งวดละ 300 บาท ในวันที่ 1 และ 16 ของแต่ละเดือน ตก 1 เดือน ค่าหวย ก็ปาเข้าไปละ 600 บาท/เดือน 1 ปีก็ต้องเสียเงินค่าหวย 7200 บาท เนี้ยคิดแค่เดือนละ 600 บาทเองนะเนี้ย ผมก็หยอดกระบุก ไว้งวดละ 300 บาทก็จะมีเงินที่ไม่ถูกหวยกินได้ตั้งปีละ 7,200 บาท นั้นไง ผมก็ไม่ต้องจ่าย อิอิอิ
4.สินค้าแบรนแนม....ผมไม่รู้นะว่ามันราคาเท่าไร เพราะ หลุยติ๊งต้อง เวอร์ซาซ่า แต่ละชื่อแค่เรียกก็ยากละ ไม่เคยขวนขวายมาถือให้มันหนักชีวิต เสริมบารมีอะไร แค่มีเสื้อผ้าห่อหุ้มกาย ก็เพียงพอละ พอไม่อุจาดสายตาใคร ๆ บ้างก็แค่นั้นเอง....
5.ค่าอาหาร กับข้าว เดี๋ยวนี้ ค่าครองชีพสูงมาก ๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือน กินข้าวราดแกง ผัดกระเพรา ค่าอาหาร ต่อคน / วันผมว่าเอาให้อิ่ม ๆ 150 บาท / วันไม่รู้จะพอไหม แล้วถ้า 1 ครอบครัวมีคนสัก 3 -5 คนละ จะเอาอะไรกินในเมื่อรายได้ต่อเดือนคือเงินเดือนที่ถูกกำหนดด้วยรายจ่ายที่ตายตัว ที่ต้องถูกหักจากบัญชีทุก ๆ เดือน ไหนจะค่าบ้าน ค่ารถ ค่าเล่าเรียนลูก ๆ และอะไรอีกจิปาถะ.....ผมก็จ่ายไม่มาก อีกนั้นแหละ เพราะบ้านมาต้องเช่า ข้าวปลา อาหารไม่ต้องซื้อ ผัก ก็เก็บเมล็ดปลูกเอง นั้นไง โคตรประยัด
.......พอจะมองเห็นภาพยังว่า “ อุดรูรั่วให้ชีวิต....ด้วยความพอเพียง “
มันจับต้องได้จริง ๆ การที่ผมเป็นคนแบบนี้ จากข้อ 1 -4 ผมไม่เคยเสียเลยแม้แต่บาทเดียว ก็มีเพียงข้อ 5. ที่ยังต้องพยายามลด ละ ปรับ เปลี่ยน ให้สวนตัวเองคือแหล่งอาหาร เปลี่ยนจากสวนที่เรียนรู้อยู่คนเดียว มาเป็นแบ่งการเรียนรู้ ด้วยการเขียนโพสอยู่ทุก ๆ วันให้คนอ่านปวดกระบานเล่น เพราะความอิจฉา อิอิอิ ว่าทำไม่ ทิดสิท อุดร เขาถึงมีความสุขได้ขนาดนี้ ..ผมมาทำให้คุณ ๆ ผู้อ่านและติดตามโพสผม อิจฉาผม จริงไหม ??? ตอบเลยว่า จริง !!! แต่ในความเป็นจริง ที่ผมทำอยู่นั้น ผมทำมานานแล้ว แล้วอยากจะบอกว่า สิ่งที่เรียกว่า “พอเพียง” คุณ ๆ ทั้งหลายนั้นทำได้ ลองลดสิ่งใกล้ตัวที่เป็นความเคยชินลง

........ ลองเอาเงินใบ 50 บาท ที่จะเดินซื้อเหล้าขาวมาใส่ปากเพื่อ ทำร้ายตัวเอง พับเล็ก ๆ กำไว้ในมือ แล้วจัดการ เอามือขวาจับหูมือซ้ายสอดไขว้ แล้วใช้นิ้วชี้นิ้วจิ้มดิน ปั่นจิ้งหรีดสัก 20 รอบ ให้มันเมาไปเลย ถ้ายังไม่เมามากพอก็จัดไปสัก 50 รอบ รับรองคุณได้เมา ฟ้าเหลือง อ๊วกแตก อ๊วกแตนไม่ต่างจากการกินเหล้าเลยละ ฮ่า ๆๆ แถมเงิน 50 บาทก็ยังเหลือ ๆ ให้คุณหยอดกระบุก อิอิ
......ลองเอาบุรี่สักมวน เคี้ยวตุ้ย ๆ ลองดูซิว่าที่สูบ ๆ เผาทิ้งทุก ๆ วันเนี้ยมันอร่อย หอมจริง ๆหรือ ผมว่าคุณจะถึงบางอ้อเลยว่า.......รสชาติมันห่วยแตกมาก ๆ ฮ่า ๆๆ ได้เมาขี้แตกขี้แตนยิ่งกว่ากินเหล้า ซะอีก เอิ๊ก ๆๆ
.........ลองเอาบิลหวย มาต้มน้ำดื่มดูซิว่า มันอร่อยเหมือนชา อิชิตัน ไหม อิอิอิ ใบเศษกระดาษ ที่มีตัวเลยเรียงราย นั้นมันแปลงเป็นเงินได้จริงเหรอ เพราะ แค่เลข 2 ตัว % การถูกของคุณอยู่ที่ 1 ต่อ 100 ส่วนเลข 3 ตัวก็ปา ไปที่ 1 ต่อ 1000 ยิ่งล็อตเตอร์รี่ เขายังบอกเลยว่าทุก ๆ คนมีโอกาสถูกกันทั้งหมด แต่ จะถูกในทุก ๆ 400 ปี / 1 ครั้ง ฮ่า ๆๆ คงต้องเป็น ซูสีไทเฮาละม้าง ถึงจะถูก เพราะ ทุก ๆ คนจะมักพูดว่า “ ขอให้พระองค์มีอายุยืนหมื่น ๆ ปี ฮ่า ๆๆ
........สุดท้ายลองเอาเงินค่าเหล้า ค่าบุหรี่ ค่าหวย มาหยอดกระปุกดูนะครับว่า จะมีเงินมากมายแค่ไหน ทำไมผมถึงมีบ้านสวน ทำไมผมถึงมีเงิน ขุดนั้น ถมนี่ ทำอะไรมากมาย ทำไมถึงมีผืนดินเล็ก ๆ แห่งนี้ได้ ทั้งที่รายได้ก็ไม่ได้มากมายอะไร.....ทิ้งไว้ให้เป็น โจทย์ปัญหา ที่ลองให้นำไปขบคิด....
“ ...คนเรา มีสิ่งหนึ่งที่เท่าเทียมกันคือ “เวลา” แต่คนเรามีสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือน ๆ กัน...นั้นคือแนวคิด ใครมัวแต่คิด แต่อีกคนมัวแต่ลงมือทำ คุณก็สู้คนที่ลงมือทำไม่ได้หรอก ผมไม่สามารถบอกว่าต้องทำอย่างไร ต้องเริ่มยังไง เพราะคนเรามีพื้นฐานชีวิตไม่เท่ากัน
...เพราะชีวิตคนเรามันไม่สำเร็จรูป....เหมือนบะหมี่ ที่จะแกะซองใส่น้ำร้อนแล้วกินได้เลยเมื่อไร...มันต้องเรียนรู้จากการกระทำทั้งนั้นถึงจะสำเร็จ...”
“ เวลากำลังเดินผ่านคุณไปทุก ๆ วินาที แล้วแค่ใครใช้เวลาให้คุ้มค่าได้มากกว่ากัน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจว่า เราน่าจะทำเมื่อวาน เราน่าจะปลูกไม้ผลเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราน่าจะ มีต้นสัก ยางนา เมื่อ 20 ปีที่แล้ว วันนี้เราก็คงมีบ้านอยู่ ไม่ใช่เช่าคอนโดเขาอยู่ตั้ง 30 ปี ถึงจะหมดหนี้ อิอิอิ “
ขอบคุณ ทิดสิท อุดร ครับ

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มาทำเตาอบเห็ดฟางใช้เอง

ใครที่อยากรู้เรื่องเตาสำหรับอบไอน้ำ วันนี้เรามาลองทำเตาอบแบบลูกทุ่งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับบางท่านที่คิดจะเพาะเห็ดแบบโรงเรือนแต่มีงบจำกัด ราคาอุปการ์วัสดุทุกอย่างอยู่ที่ 1300-2500 บาท  ตัวนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 70 องศาขึ้นไป ผมก็หาตั้งนานเพื่อให้เป็นทางเลือกหนึ่งของผู้เพราะเห็ดฟางนะครับซึ่งเตาอบของผมที่ใช้อยู่มันมีราคาแพงอย่างเตานี้ผมซื้อเมื่อ  มกราคม 2551 ซึ่งปัจจุบันก็ยังใช้ได้ดีอยู่ แต่ราคาตอนนั้น 20000 บาทคักๆ เลย  แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีทางเลือกให้ผู้ที่สนใจจะทำเห็ดฟางเป็นอาชีพครับ และที่สำคัญได้ถ่ายไว้ใข้หรืออาจขายได้ 555555 เรามาเริ่มผลิตเตาอบลูกทุ่งกันเลยดีกว่า

เรามาดูก่อนว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

1.ถัง 200 ลิตร 4 ใบ ราคาถังละ 180-250 โดยประมาณ
2.ท่อเหล็กเวลาซื้อให้ร้านเขาทำเกลียวให้ด้วย
3.ตัวแยกสามทาง
4.ข้องอ
5.างไหล

6.อิฐแดงแบบไม่มีรูประมาณ 300 ก้อน


มาเริ่มทำกันเลย
ก่อนอื่นต้องทำฐานก่อนนะเทปูนหนาซัก 4-5 นิ้ว
 ก่ออิฐขึ้นมาเบยตามความขยัน
 ลองเอาถังวางดู ชอบ 3 ถังหรือ 4 ถังจัดไปตามใจ
หลังจากวางถังแล้วให้ดูที่ถังครับจะมีรูเล็กกับรูใหญ่ รูใหญ่เอาใว้ด้านบนเล็กด้านล่าง
พยายามตั้งให้ได้ฉากนะ ระยะห่างให้เท่ากัน หลังจากนั้นวัดระยะจากรูไหญ่ท่อที่ 1 ไปรูที่ 2 จดใว้นะแล้วไปซื้อเหล็ก เอาฝาปิดถังนั่นแหละไปที่ร้าน " เฮียเอาเหล็กเท่ารูนี้ ทำเกลียวใหด้วย" แบบนี้


ดูออกกันไหมเนี้ย ข้างบนดูให้เป็นเตานะ ตรงกลางเป็นถัง ข้างล่างคือวิธีต่อท่อ

ถ้าทำแค่นี้จะได้อุณหภูมิ 60-70 องศา
 เราเพิ่มความร้อนด้วยการ วกท่อกลับมาเผาแบบนี้

ส่วนที่เห็นข่างล่างเป็นชั้นเหล็กเอาไว้วางเชื้อเพลิงทำขึ้นมาสูง 30-50 เซนต์จะได้เอาขี้เถ้าออกได้ จะมีท่อเหล็กข่างล่างมี 3 หรือ 4 รูแล้วแต่จะทำกี่ถัง ท่อเหล็กเอาไว้ต่อลมเป่าจากโบวเวอร์หลังจากเสร็จแล้วความร้อนจะสูงประมาณ 70 ขึ้นไปใช้น้ำ 1ส่วน3 ถังอบได้ 2 -3 ชั่วโมงหรือจะต่อท่อจากรูเล็กของถังทำเป็นระบบเติมน้ำก้อแจ่มเหมือนกัน แต่เอาแบบนี้ไปดูก่อนนะ
ก้อจะประมาณนี้นะ ข้างบนก่ออิฐหรือไม่ก่อก้อได้ 


ขอบพระคุณท่าน หัวหน้าชมรม คนแอบมัก  ที่ให้ความกรุณเผยแพร่นะครับเจ้าของภาพด้วยครับ 
ขอบพระคุณอีกทีครับ

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ใช้ปุ๋ยหมักวัสดุเพาะเห็ดยังไง

ปุ๋ยหมักเห็ด

เดี๋ยววันนี้เราจะมาคุยเรื่องเกี่ยวกับปุ๋ยที่ๆเรา ท่านๆใช้ในการหมัก นั้นก้อคือปุ๋ยสูตรต่างๆ รวมไปถึงปุ๋ยยูเรียว่าแบบไหนสูตรอะไร และแต่ละสูตรมีประโยชน์ยังไง ก่อนอื่นเรามาดูว่า แต่ละตัวมันคืออะไร 15-15-15 ; 16-16-16 ; 46-0-0 หรืออืนๆอีกมากมาย เรามาดู 15 ตัวแรกมันคือสาร N หรือในโตรเจนประโยชน์ของมันได้พูดไปบางส่วนแล้วหน้าที่ของมันคือบำรุงใบ 15 ตัวที่สองคือ P หรือฟอสฟอรัสประโยชน์คือบำรุงต้นและดอก 15 ตัวที่สามคือ K หรือโพเทสเซียมประโยน์คือบำรุงราก โดยทั่วไปปุ๋ยที่นิยมใช้ในการหมักคือ สูตรเสมอ 15-15-15 ตราเรือใบ และ16-16-16 ตราเรือใบ บางคนสงสัยว่าทำไมต้องตราเรือใบ เพราะตราเรือใบมีธาตุอาหารหลักและรองากกว่าชนิดอื่นถ้าเปรียบเทียบตามราคาและคุณภาพแล้วตราเรือใบเหมาะที่สุด แล้วทำไมต้องใส่ยูเรีย ? ไม่ใส่ได้ไหม ? คำตอบคือไม่ใส่ก้อได้แต่ประโยชน์ของยูเรียคือมีในโตรเจนสูงและประโยชน์อีกอย่างคือเมื่อละลายแล้วมันจะให้ความร้อน(แอมโมเนีย)ช่วยให้กระบวนการหมักเร็วขึ้น โดยใช้ร่วมกับปุ๋ยสูตรที่อัตราส่วน 1:4 ข้อเสียของยูเรียคือถ้าใส่เยอะไปเห็ดจะน็อกบางครั้งดอกเล็กและมีเห็ดชนิดอื่นเกิดปะปนมาเช่น เห็ดโคนน้อย เห็ดขี้ัวัว เห็ดหมึก เห็ดพวกนี้เจริญเติบโตดีในวัสดุที่มีแอมโมเนียเยอะ ดังนั้นเวลาใส่ก้อใส่น้อยๆหรือถ้าไม่รีบก้อไม่ต้องใส่ ช้าๆแต่ชัวว์ว่างั้น อัตราส่วนที่ผมใช้คือ ปุ๋ยสูตร 16-16-16     2 กก. ยูเรีย 0.5 กก ต่อวัสดุเพาะ 5-10 ตัน

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทำอย่างไรให้เห็ดมีดอกโต(ไม่เกี่ยวกับฮอร์โมน)

เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาให้อ่านครับ
บางคนสงสัยว่าทำไมเห็ดลูกเล็ก อยากให้เห็ดลูกใหญ่ๆต้องทำยังไง ? ใส่ฮอร์โมนแล้วเห็ดโตจิงหรือเปล่า ? เอาเป็นว่าเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนนะคับว่าเห็ดฟางมันไม่ค่อยเหมือนกับเห็ดชนิดอื่นเพราะไม่มีระบบน้ำย่อยที่จะนำอาหารมาใช้ใด้ทันที แต่ต้องอาศัยตัวช่วยหลายๆอ่างเช่นจุลินทรี หรือแบคทีเรียบางชนิดมาช่วยในการสร้างอาหาร เพื่อนำไปใช้ ดังนั้นการใช้รำ หรืออาหารเสริมโรยหน้าชั้นอาจจะไม่ใด้ช่วยอะไรมากนักเพราะเห็ดไม่สามารถนำเอาไปใช้ได้ทันที เราจึงต้องเอามาใช้ในกระบวนการหมักทั้งหมดที่เห็ดจะนำไปใช้ในรูปของในโตรเจน(ได้จากมูลวัว มูลควาย และปุ๋ยหมัก)ซึ่งจะเราจะเปลี่ยนไห้เป็น โปรตีน น้ำตาล และคาร์บอน สิ่งเหล่านี้เราๆท่านๆได้ใส่ลงไปในการหมักซึ่งจะมี Ca P K Mg แล้วนั่นคือ
1.ยิบซั่มหรือปูนขาวหรือโดโลไมท์ 2.ดีเกลือ 3.ปุ๋ยสูตร 4.ยูเรีย
นี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนในโตรเจนให้เป็นอาหารหรือโปรตีน(ราขาวหรือราร้อน)แต่น้องฟางของเราก้อยังเอาไปใช้ได้ยากเราจึงต้องใช้ตัวช่วยที่สอง คือ
1.EM 2.กากน้ำตาล
ทั้งสองอย่างช่วยในการย่อยสลายและเพิ่มปริมาณของในโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพเทสเซียมที่เห็ดจะนำไปใช้ในการเจริญเติบโต
ดังนั้นกระบวนการหมักควรจะมีเหมือนที่กล่าวใว้ข้างต้นเห็ดเราก้อจะออกมาสวย ลูกโตสมบูรณ์
หลังจากนั้นเรามาดูช่วงที่สองคือการพาสเจอรไรส์หรือชาวเห็ดจะเข้าใจคือการอบใอน้ำ ประโยชน์ของการอบมีสองอย่างคือกำจัดเชื้อราต่างๆรวมถุงราขาวที่อยู่ในวัสดุเพาะเพื่อเป็นอาหารน้องฟางของเราโดยทั่วไปอบที่อุณหภูมิ 70 องศาสองชั่วโมง หรือบวกสิบองศาจากความร้อนในกองหมักเช่นกองหมักร้อน 55 องศาเราต้องอบไห้สูงกว่า55+10 คือ 65 องศา คับ
เข้าสู่ช่วงที่สามคือการเติบโตผมจะพูดรวมเลยคือช่วงเดินใยสิ่งที่เขาต้องการและนำไปใช้คือโปรตีนที่ย่อยสลาย น้ำตาล คาร์บอนไดออกไซด์ และความร้อนดังนั้นช่วงนี้เราจึงต้องปิดโรงเรือนให้สนิทที่สุด ใยก้อจะเดินสวยใช้เวลาประมาณ 4-7 วัน(ตามสภาพอากาศ) เห็ดก้อจะเริ่มจับเม็ด เราก้อจะตัดใย(เวลาตัดใยควนเปิดอากาศหรือใช้พัดลมเปาไล่คาร์บอนไดออกไซด์ออกและแทนที่ด้วยออกซิเจน) โดยใช้น้ำมาปิดกั้นออกซิเจนเพื่อบังคับไห้เห็ดจับเม็ด เปิดให้แสงเข้า และเปิดให้อากาศเข้าออกโดยเริ่มจากน้อยไปหามาก ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 7 วัน
ช่วงสุดท้ายคือหลังจากเริ่มเก็บเห็ด ควรรักษาความชื้นไห้อยู่ที่ 70-80 เปอร์เซนต์ ฉีดน้ำบางครั้งถ้าวัสดุแห้ง(แห้งมากไปเห็ดจะดอกเล็ก บานเร็ว และเป็นสาเหตุของราส้ม ถ้าแฉะไปเห็ดที่ยังไม่โตจะเน่า ฝ่อ และอาจจะทำไห้เกิดราเขียว) สภาพอากาศภายในควรหายใจสะดวก มืดไว้จะดีเพราะเห็ดจะขาวน่ากิน ถ้ามืดแล้วเห็ดคล้ำมาจากสองสาเหตุคือ ความชื้นสัมพัทธ์(ช่วงที่ฝนตกมากๆ) และลมเอื่อยๆ
ลืมเรื่องฮอร์โมนไปเลย ฮอร์โมนคืออาหารเสริมที่เห็ดจะสามารถนำไปใช้ใด้อาหารที่ว่านี้ ประกอบด้วย น้ำตาลกลูโคส และฟรุกโตส และสารอาหารบางอย่างจากสัตว์น้ำและพืชบางชนิดเช่น ไคโตซาน แทนนิน หาได้จากอะไรลองหาดูในกูเกิลได้ พวกนี้เห็ดสามาถที่จะนำมาใช้ใด้เร็ว บางท่านไม่มีฮอร์โมนก้อใช้ M 150 ( มีสารอะไรหนอถึงใช้แทนใด้ต้องลองไปดูข้างขวดนะ ) เอาแค่นี้ก่อนเดี๋ยวจะเบื่อ ท่านใหนอยากทราบเรื่องอะไรถามเข้ามาแล้วผมจะพยายามหามาให้หรือถามจากสมาชิกในกลุ่มหลายๆท่าน เพื่อประโยชน์ในการเพาะน้องฟางต่อไป

 ขอบคุณ
คุณ
หัวหน้าชมรม คนแอบมัก

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถามคุณชัยยุทธ ภูเงิน จากอุดรฯเรื่องจุดคุ้มทุนในการเพาะเห็ดฟาง

สวัสดีครับ ขอโทษที่ตอบช้าครับพอดีวันนี้คิดยังไงไม่รู้มาเปิดเมลดู  ก็เหมือนที่ผมเขียนลงในบทความนะครับตอนนั้นรายได้คำนวนเมื่อหลายปีแล้ว ตอนนี้ราคาเห็ดเปลี่ยนไปตอนนี้ส่งอย่างต่ำอยู่ที่ 60 บาท       1 โรงเรือน = 100 กก  ก็เท่ากับ 6000 บาท ต่อโรงเรือน (ราคาขั้นต่ำสำหรับตอน)นี้ที่เหลือลองคำนวนเอานะครับ ว่าเราจะสร้างสักกี่โรงเรือน และที่สำคัญเราจะทำอย่างไรให้ได้เก็บเห็ด (ทำให้เห็ดเกิดครับ) แต่มันเป็นปกตินะครับเพราะการลงทุนทุกย่างย่อมมีความเสี่ยง แต่ไม่ต้องกลัวคิดเสมอว่า "เราทำได้" สำหรับผมยินดีให้คำปรึกษาครับ ได้เสมอยกเว้นตอนนอนครับ 555  
        ถ้ามีข้อสงสัยติดต่อมาได้เลยครับ และอีกอย่างลองหาโรงเพราะเห็ดที่เขาอยู่ใกล้ๆเรา เวลามีปัญหาเราจะได้ไปดูงานได้ง่ายๆครับ (หาครู) ถ้าจะถามผม ผมกลัวจะไม่เห็นภาพที่ชัดเจนเวลาอธิบายนะครับ อย่างเช่น โรยเชื้อเห็ดต้องฝนเชื้ออย่างไร ใส่อะไรผสมบ้าง หรือ อบอุณหภูมิ 70 องศา  ต้องใช้กี่ชั่วโมง  หรือการเก็บดอกเห็ดต้องทำอย่างไร และหลายๆคำถาม ถ้าจะมาดูกับผมก็ไกลเกินครับถ้านานๆมา ก็ไม่เป็นไร ผมกลัวว่าจะสู้ค่าน้ำมันรถไม่ไหว อย่างที่บอกว่าปรึกษาทางโทรศัพท์ได้ครับ แต่ต้องหาที่เห็นภาพจัดเจนด้วย ผมรับรองว่าที่ลงทุนทำเห็ดฟางไปคุ้มแน่นอนครับ

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

มาเพาะเห็ดฟางกองเตี้ยกันครับ

หลักสำคัญในการประสบผลสำเร็จในการทำเห็ดกองเตี้ยคือ 

1.จะต้องมีการพรวนดินตากแดดพื้นที่ ๆ จะทำการเพาะเห็ดทุกครั้ง โดยจะต้องพรวนดินให้ลึก 1 หน้าจอบ และตากแดดให้ดินแห้งสนิทอย่างน้อย 10-15 วัน เพื่อลดมด ปลวก เชื้อราอื่น จากนั้นให้ยกโคกแบบเดียวกับแปลงผัก จึงจะทำการเพาะได้ 

2.หากมีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถย้ายกองเพาะ จะต้องพรวนดินตากให้แห้ง ยกโคก แล้วใช้ผ้าพลาสติกปูรองพื้น แต่จะทำให้เห็ดที่เก็บได้จากระหว่างกองเพาะลดน้อยลง เพราะเห็ดขึ้นที่ดินได้ดีกว่าบนกองเพาะ แต่สามารถทำต่อเนื่องได้เลยจนกว่าจะมีมดหรือปลวกมารบกวน ก็ให้รื้อพรวนดินตากแดดใหม่ 

3.การคลุมผ้าพลาสติกปิดกองเพาะในอากาศร้อน จะต้องคลุมให้สูงและกว้าง กว่ากองเพาะอย่างน้อย 50 ซ.ม. และการกองวัสดุเพาะไม่แน่นเท่ากับหน้าหนาว ถ้าอากาศเย็น การกองวัสดุเพาะจะต้องแน่นมากขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย และทำชั้นมากกว่าเดิน 1 ชั้นเป็นอย่างน้อย เพื่อเพิ่มอุณหภูมิกองเพาะ 

4.การให้น้ำในกองเพาะในระหว่างที่สร้างกองเพาะ จะต้องมีการตวงน้ำ เพื่อให้รู้ว่าถ้าอากาศแบบนี้ จำนวนชั้นเท่านี้ ความแน่นขนาดนี้ ให้น้ำไปเท่าไรจึงจะทำให้กองเพาะไม่แห้งเกินไปหรือเปียกเกินไป ตลอดการเพาะ
5.การสังเกตกองเพาะว่าถูกต้องหรือไม่ ให้จับอุณหภูมิที่ใจกลางกองเพาะ ถ้าผ่านไป 3-5 วันแล้ว อุณหภูมิภายในกองไม่ได้ 38 องศา แสดงว่าเปียกไป หรือแน่นไม่พอ หรือจำนวนชั้นเพาะต่อกองน้อยเกินไป
6.ในกรณีที่กองเพาะเน่า สาเหตุเนื่องมาจากกองเพาะมีธาตุอาหารมากไปหรือแน่นไป และมีการให้น้ำมากไปด้วย

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

น้ำสำหรับเห็ดฟาง

เรื่องของน้ำ:
น้ำที่จะเอามาใช้ในการเพาะเห็ดควรจะเป็นน้ำที่สะอาด น้ำที่มีปัญหาถ้าน้ำมีกลิ่นเหม็น อาจจะเป็นน้ำเกิดภาวะเน่าเสียจากอะไรก็ตามถือว่าเป็นน้ำไม่เหมาะสม น้ำที่เน่าอาจจะเน่าเนื่องจากว่าสารอินทรีย์ต่าง ๆ ในคอกสัตว์ เช่น ในช่วงที่มีฝนตกเกิดการชะล้างสารอินทรีย์ต่าง ๆ ในคอกสัตว์ลงไป หรือจากแหล่งอื่น ๆ น้ำที่บูดเน่าเสียหายก็จะปล่อยกลิ่นเหม็นออกมา เป็นพิษต่อเห็ดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก๊าซแอมโมเนีย หรือ NH 3
น้ำที่มีอินทรีย์วัตถุมากเกินไปจะทำให้เกิดขบวนการหมักบูดและเกิดกลิ่นที่ ไม่พึงประสงค์ ควรจะมีการบำบัดน้ำเสียก่อน ถ้าไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้น้ำนั้นจริง ๆ ก็หาวิธีที่จะทำให้น้ำนั้นกลับมาค่อนข้างสะอาดก่อน
น้ำที่มีภาวะเป็นกรดเป็นด่างไม่เหมาะสมก็จะทำให้ผลผลิตของเห็ดนั้นลดลง เห็ดฟางชอบ pH ประมาณ 7.2 ถ้าน้ำเป็นกรดก็จะต่ำกว่า 7.0 ลงมาเหลือ 6.5 อาจจะกระทบกระเทือนไม่มาก แต่ถ้าต่ำลงมาจนถึง 6 ถึง 5 ถึง 4 อย่างนี้ น้ำนั้นจะทำให้ผลผลิตของเห็ดต่ำลง ถ้าจำเป็นควรจะต้องดูให้เป็น น้ำที่กักบริเวณได้ แล้วหาวัสดุปูน เช่น โดโลไมท์หรือปูนมาร์ลหรือหินปูนฝุ่นหรือหินปูนบด หว่านลงไปในน้ำ แล้วปล่อยให้เขาปรับสภาพให้เป็นกรดลดลง ถ้าขึ้นมาใกล้เป็นกลางก็เป็นสิ่งที่ดี
หากพื้นที่ใดน้ำที่จะเอามาใช้รดเห็ดมีภาวะเป็นด่างคือเกิน 7.0 ขึ้นไปมาก เห็ดจะออกดอกได้น้อย เห็ดจะเจริญเติบโตไม่ดีควรจะต้องหาวิธีปรับน้ำนั้นให้กลับเข้ามาเป็นกลาง ในกรณีที่จำเป็นอาจจะใช้แหล่งน้ำที่เป็นกรดเอามาเจือผสม ถ้าเป็นสภาพที่เป็นด่างเพราะหินปูนมากเกินไป เราอาจจะดูแหล่งของกรดที่ราคาถูก แต่ถ้าต้องลงทุนถึงขนาดนี้โดยมาก เพาะเห็ดก็แทบจะไม่มีกำไรแล้ว หาแหล่งหาพื้นที่ที่จะปลูกเห็ดที่ดินก็ดีน้ำก็ดี ให้มีปัญหาน้อยที่สุด
ปัญหาที่พบว่าอาจจะเกิดจากน้ำอีกพวกหนึ่งคือพวกสารพิษ สารพิษนี้บางครั้งก็ได้มาจากพวกสวนไร่นานั่นเอง เช่นมีการฉีดยาฆ่าหญ้า ฉีดยาฆ่าแมลง ฉีดยาป้องกันกำจัดเชื้อราเหล่านี้ ถ้ามีสารที่ป้องกันกำจัดเชื้อรา มีผลกระทบมาก เห็ดกับรานั้นใกล้เคียงกันที่สุด น้ำที่มียาฆ่าเชื้อราก็จะฆ่าเห็ดไปในตัว ถ้าเป็นน้ำที่มาจากน้ำประปา เป็นน้ำที่ใสแต่บังเอิญช่วงนั้นฝ่ายผลิตน้ำประปาใส่คลอรีนมามาก ผลผลิตเห็ดก็จะไม่ค่อยดีสมมติว่าจะต้องใช้น้ำที่ใส่คลอรีนมาแล้ว คลอรีนนั้นใส่ลงไปเพื่อฆ่าเชื้อ ดังนั้นควรที่จะหลีกเลี่ยง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะต้องมีภาชนะ มีโอ่งสำหรับที่จะเอาน้ำใส่เอาไว้แล้วก็เปิดฝาโอ่งเพื่อให้แดดส่องลงไป ทิ้งให้แดดเผาอยู่ประมาณ 2 – 3 วัน คลอรีนส่วนที่เกินที่เหลืออยู่ก็จะระเหยหายไป คือจะลดลง
น้ำที่มีการระบายมาจากโรงงานอาจจะเป็นน้ำที่อ้างว่าได้มีการบำบัดเรียบร้อย แล้ว บำบัดเรียบร้อยแล้วนี้ไม่แน่ว่าบำบัดในส่วนไหน น้ำที่บำบัดมาแล้วจากโรงงานโดยมากไม่นิยมที่จะเอามาใช้เพาะเห็ดโดยตรง น้ำนั้นควรจะมีสระน้ำ มีอ่างเก็บน้ำหรือเขาขุดเป็นบ่อน้ำขึ้นโดยเฉพาะ แล้วในอ่างในบ่อนั้นปลูกผักตบชวาหรือจอก เป็นพืชน้ำที่จะช่วยปรับสภาพน้ำให้กลับดียิ่งขึ้น น้ำที่ได้มีผักตบชวามีพืชน้ำขึ้นอาศัยอยู่ ส่วนมากก็จะได้มีการปรับสภาพจนเหมาะที่จะใช้ในการเพาะเห็ด
วิธีตรวจสอบอย่างง่ายแบบที่ตรวจสอบความสกปรกของน้ำ ใช้น้ำนั้นลองมาเลี้ยงปลาหางนกยูง ใส่ปลาหางนกยูงลงไป ถ้าปลาหางนกยูงตายนี้แสดงว่าใช้ไม่ได้ ต้องเป็นน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาหางนกยูงได้ดี เป็นการตรวจสอบ โดยปรกติทั่วไปน้ำที่ใช้เพาะเห็ดก็ได้จากแหล่งแม่น้ำ ลำคลองหรือบึง บ่อ สระต่าง ๆ ที่มีปลาอาศัยอยู่ ถ้าปลาอาศัยอยู่ได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับที่จะเอามาใช้เพาะเห็ด แต่ถ้าเป็นน้ำที่ใส ๆ นิ่ง ๆ ปลาก็ไม่มีอะไรก็ไม่มี และเมื่อไม่ได้ตรวจสอบเรื่องกรดด่างเรื่องสารพิษเรื่องอะไรต่าง ๆ การที่จะเอาน้ำมาเพาะเห็ดก็ไม่สามารถที่จะคาดหมายว่าจะได้ผลผลิตที่ดี ถ้าน้ำมีไม่ค่อยมากก็อาจจะเอาน้ำนั้นมาแล้วก็จับทำลายสารพิษต่าง ๆ เช่นใช้สเม็คไทต์หรือสเม็คโตทัฟฟ์หว่านใส่ลงไป แล้วก็ทิ้งให้เขาทำความสะอาดคือย่อยสลายหรือจับตรึงสารพิษต่าง ๆ เมื่อน้ำนั้นใสดีแล้วและตรวจสอบด้วยปลาหางนกยูงแล้ว ปรากฏว่าไม่มีพิษภัยใด ๆ น้ำนั้นก็จะใช้เพาะเห็ดได้ดี แต่อย่างไรก็ตามเรารู้ทฤษฎีต่าง ๆ แล้วก็ต้องคำนวณเป็นว่าต้องการน้ำจากแหล่งที่ต้นทุนในการผลิตต่ำที่สุด รู้ทฤษฎีไม่พอต้องคิดบัญชีเป็นด้วย ถ้าทำน้ำให้บริสุทธิ์ปลูกเห็ดได้ดีแต่ต้นทุนสูงเกินไปก็ไม่สามารถดำเนิน ธุรกิจได้